โปรดเถิดดวงใจ
ประพันธ์ เบญจมินทร์
ขับร้อง ทูล ทองใจ
โปรดเถิดดวงใจโปรดได้ฟังเพลงนี้ก่อน
อย่าด่วนหลับนอนอย่าด่วนทอดถอนฤทัย
จำเสียงของพี่ได้หรือเปล่า จำเพลงรักเก่าเราได้ไหม
เคยฝากฝังไว้แนบในกลางใจนาง
ดึกดื่นคืนนั้นเคยร่วมผูกพันแน่นหนัก
เคยฝากความรักว่าด้วยใจภักดิ์ไม่จาง
เสียงน้องออเซาะขอรักมั่นรำพึงเสียงสั่นเมื่อใกล้สาง
ไม่อยากจากนางห่างรักที่เริ่มลอง
แต่พออีกไม่นานนักความรักที่เคยหวานซึ้ง
เปลี่ยนจากหนึ่งกลับกลายเป็นสอง
ลืมรักลืมรสลืมไปหมดที่เคยทดลอง
อ้อมแขนที่เคยประคอง น้องอยู่ในอ้อมแขนใคร
ดึกดื่นคืนนี้พี่คงเฝ้าคอยเหมือนก่อน
มิได้หลับนอนเฝ้าแต่ทอดถอนฤทัย
พี่หลงบรรเลงเพลงรักเก่าตัวเธอนั้นเล่าอยู่แห่งไหน
ดูช่างโหดร้ายให้เราเฝ้าคร่ำครวญ
วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2554
โปรดเถิดดวงใจ
วันพุธที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2554
วันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2553
สรุปเวทีรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (กรุงเทพมหานคร)
สรุปเวทีรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (กรุงเทพมหานคร)
วันพฤหัสบดีที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๓
เวลา ๐๘.๓๐-๑๒.๓๐ น. ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๘.๓๐-๑๒.๓๐ น. คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอต่อร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) เกี่ยวกับการคุ้มครองเสรีภาพการชุมนุมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ และบทบาทของรัฐที่สอดคล้องกับการคุ้มครองเสรีภาพตามหลักสากล แล้วนำมาเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาให้ความเห็นต่อรัฐบาลและรัฐสภาต่อไป
ความเป็นมาของเวทีรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... โดยนายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ กรรมการปฏิรูปกฎหมาย และเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... ครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเวทีนโยบายสาธารณะ เรื่อง “การชุมนุมสาธารณะ: เสรีภาพที่ต้องการกรอบกติกา” ที่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันจัดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ณ ห้องประชุมแคทลียา โรงแรมรามาการ์เด้นท์ กรุงเทพมหานคร เนื่องจากคณะผู้จัดได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเสรีภาพ ของประชาชน ในอันที่จะรวมกลุ่มเพื่อชุมนุมและแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ภายใต้กรอบกติกาที่พอเหมาะพอดี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เข้าร่วมประชุม ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ ผู้มีประสบการณ์การชุมนุม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เกี่ยวกับความสำคัญและความจำเป็นที่ต้องมีกฎหมายนี้ ซึ่งได้นำร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๒ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาตามลำดับ มาเป็นส่วนหนึ่งในการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมประชุมด้วย
คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้นำความเห็นและข้อเสนอที่ได้จากเวทีดังกล่าวไปประกอบการเสนอบันทึกความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... ต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๓ และคณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบความเห็นและข้อเสนอแนะตามที่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเสนอ และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานด้านนิติบัญญัติประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... ต่อไปเมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓
จากการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... ดังกล่าวซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาและปรับปรุง จะพบว่ามีสาระสำคัญแตกต่างไปจากร่างพระราชบัญญัติฉบับที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๒ มากพอสมควร ในเชิงปริมาณจะเห็นได้ชัด คือ จาก ๑๒ มาตรา เพิ่มเป็น ๓๙ มาตรา ส่วนในเชิงเนื้อหาก็มีมิติที่ซับซ้อนมากขึ้น และคาดว่าร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... ดังกล่าวจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติหรือสภาผู้แทนราษฎรต่อไปในเร็ววันนี้
และเนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียมากมาย ได้แก่ ผู้ชุมนุม บุคคลทั่วไปที่ต้องการใช้ที่สาธารณะ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศาล ซึ่งร่างพระราชบัญญัตินี้ได้ให้ศาลศาลแพ่งมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในการออกคำสั่งให้เลิกการชุมนุม และการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดี
จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ได้ตระหนักถึงความสำคัญว่ากฎหมายดังกล่าวที่จะมีผลกระทบต่อสุขภาวะของประชาชนและสังคมโดยรวม จึงได้จัดโครงการรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... ขึ้นในกรุงเทพมหานครเป็นครั้งที่ ๑ ในวันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๓) และจะจัดในภูมิภาคต่าง ๆ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดระยอง จังหวัดสงขลา ตามลำดับต่อไป ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากสื่อสารมวลชน ได้แก่ สถานีโทรทัศน์ ช่อง ๙ อสมท. ที่ช่วยนำสารบนแห่งนี้เวทีไปยังผู้ชมและผู้ฟังทั่วประเทศ และคาดว่าจะร่วมเดินทางไปจัดทำรายการในภูมิภาคด้วย ทั้งนี้ ผลที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอต่อร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะในกรุงเทพมหานคร และภูมิภาคต่าง ๆ นี้ถือเป็นการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และสื่อมวลชน โดยคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะได้นำไปจัดทำความเห็นและจ้อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาต่อไป โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทุกฝ่าย และบทบาทของรัฐที่สอดคล้องกับการคุ้มครองเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และตามหลักสากล
คำกล่าวเปิดและปาฐกถานำ โดย ศาสตราจารย์ ดร. คณิต ณ นคร
ในการนี้ ศาสตราจารย์ ดร.คณิต ณ นคร ประธานกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้กล่าวเปิดและปาฐกถานำ สรุปได้ว่าจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตจนถึงปัจจุบัน มีความจำเป็นต้องมีกฎหมาย ว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ แต่ให้พิจารณาสาระของกฎหมายเป็นสำคัญยิ่งกว่ารูปแบบ สาระสำคัญของกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะนี้นั้น ก็เพื่อคุ้มครองประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ ซึ่งอนุวัตรการเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๖๓ วรรคสอง และได้กำหนดหน้าที่ของรัฐในการที่จะอำนวยความสะดวกแก่ผู้ชุมนุมสาธารณะ หากไม่มีกฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนก็อาจเกิดปัญหาว่ามาตรฐานการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ในแต่ละพื้นที่ไม่เสมอกัน ไม่เป็นผลดีต่อการคุ้มครองเสรีภาพในการชุมนุมสาธารณะของประชาชน นอกจากนี้ การให้สังคมสร้างวัฒนธรรมหรือธรรมเนียมปฏิบัติสำหรับการชุมนุมในที่สาธารณะที่เป็นมาตรฐานขึ้นเองนั้นจะต้องใช้เวลานาน จึงสมควรบัญญัติ เป็นกฎหมายให้ชัดแจ้ง
ประเด็นวิพากษ์ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (ร่างพระราชบัญญัติซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) ดำเนินรายการโดยนายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ กรรมการปฏิรูปกฎหมาย และเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ที่ประชุมได้กำหนดประเด็นการเริ่มต้นวิพากษ์ในเบื้องต้นในร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) ดังนี้
๑. การแจ้งล่วงหน้าเป็นหนังสือไม่น้อยกว่า ๗๒ ชั่วโมง
- กฎหมายให้ต้องแจ้งล่วงหน้าเป็นหนังสือ (ไม่ต้องขออนุญาต) ก่อนการชุมนุม ไม่น้อยกว่า ๗๒ ชั่วโมง โดยไม่มีข้อยกเว้น และหนังสือแจ้งต้องเป็นไปตามแบบ (มาตรา ๑๐)
- กรณีไม่อาจแจ้งล่วงหน้าเป็นหนังสือได้จะเปลี่ยนจาก “การแจ้งให้ทราบ” เป็น “การขออนุญาต” ซึ่งเปิดดุลพินิจให้เจ้าพนักงานกว้างมาก (มาตรา ๑๔)
- หากฝ่าฝืนชุมนุมก่อนได้รับอนุญาต จะถือเป็นการชุมนุมที่ “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” (มาตรา ๑๕)
๒. การให้องค์กรตุลาการเป็นผู้สั่งห้ามการชุมนุมแทนฝ่ายปกครอง (มาตรา ๑๔ วรรคท้าย มาตรา ๒๕)
- การสั่งห้ามและเลิกการชุมนุม เป็นหน้าที่ของฝ่ายปกครอง การที่กฎหมายกำหนดเป็นอำนาจหน้าที่ของศาล อาจขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจ
- โดยปกติแล้วหากมีความสงสัยถึงความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งการของ ฝ่ายปกครองจะถูกตรวจสอบโดยศาล
๓. ศาลที่มีเขตอำนาจ
- การให้ศาลแพ่งและศาลจังหวัดเป็นศาลที่วินิจฉัยคดีที่มีลักษณะเป็นเรื่องทางปกครอง (ระหว่างหน่วยงาน/เจ้าหน้าที่ของรัฐ กับผู้ชุมนุม)
- คำสั่งศาลชั้นต้นถือเป็นที่สุด อุทธรณ์ ฎีกาไม่ได้ (มาตรา ๑๔ วรรคท้าย มาตรา ๒๕ วรรคสาม)
๔. บทกำหนดโทษจำคุกผู้จัดการชุมนุมและผู้ชุมนุม กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติฯ ฉบับของรัฐบาล (หมวด ๕)
- การชุมนุมที่ถูกห้าม หรือฝ่าฝืนเงื่อนไขของกฎหมาย เป็นเรื่อง การขัดคำสั่ง ทางปกครอง (โทษปรับทางปกครอง) ไม่ควรเป็นโทษทางอาญา (โดยเฉพาะอย่างยิ่งโทษจำคุก)
๕. หากมีผู้ชุมุนมบางส่วนหรือมีผู้แอบแฝงเข้ามาในที่ชุมนุมกระทำผิดกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น จะถือว่าผู้ชุมนุมทั้งหมดกระทำผิดกฎหมายด้วยหรือไม่
โดย ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้นำเสนอประเด็นวิพากษ์ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) และผู้มีประสบการณ์เกี่ยวกับการชุมนุมในมิติต่าง ๆ ได้วิพากษ์ตามประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยผู้เข้าร่วมเวทีได้มีส่วนร่วมในการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งเวทีรับฟังความเห็นนี้ประกอบด้วยตัวแทนทุกภาคส่วนจำนวนประมาณ ๑๗๐ คน สรุปดังนี้
ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
มีข้อสังเกตสำหรับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ๒ ประการ คือ ประการแรก ปัญหาภายในร่างกฎหมายฉบับนี้ ได้แก่ ความไม่ชัดเจนของร่างกฎหมาย ความไม่ครอบคลุมของเนื้อหาในร่างกฎหมาย ความไม่เหมาะสมของกลไกการบังคับใช้กฎหมายบางประการ และความสุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ สำหรับประการที่สอง ปัญหาว่าด้วยการบังคับใช้ คือ ในการยกร่างกฎหมายนี้อาจไม่ได้มีการพิจารณากฎหมายฉบับอื่นที่เกี่ยวข้องกับการใช้เสรีภาพในการชุมนุมอย่างถี่ถ้วน
ปัญหาบางประเด็นร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) มีดังนี้
๑. ไม่มีการกำหนด “จำนวนคนขั้นต่ำ” ของผู้ชุมนุม (มาตรา ๕)
๒. “กีดขวางทางเข้าออกของสถานที่” (มาตรา ๘) นั้น “ทางเข้าออก” มีความหมายเพียงใด ควรกำหนดเป็นระยะทางเลยหรือไม่อย่างไร และควรกำหนดในลักษณะเป็นการ “ขัดขวางการดำเนินการ” หรือไม่ เนื่องจากการกีดขวางมีลักษณะของการจำกัดเสรีภาพมากกว่า
๓. ไม่มีการกำหนดคุณสมบัติให้ชัดเจนว่า ผู้ใดสามารถเป็น “ผู้จัดการชุมนุม” ได้บ้าง เช่น คนต่างชาติ และเยาวชน เป็นต้น (มาตรา ๕)
๔. ไม่มีการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับ “การแจ้งการชุมนุมสาธารณะ” เช่น รายละเอียดเบื้องต้นของหนังสือการแจ้ง และหน้าที่ของผู้รับแจงในการออกหลักฐานการรับแจ้งจากผู้จัดการการชุมนุม เป็นต้น (มาตรา ๑๐)
๕. ไม่เหมาะสมที่จะให้ศาลใช้อำนาจตุลาการในการพิจารณาคำขอให้มีคำสั่งให้ผู้ชุมนุมเลิกการชุมนุมสาธารณะเนื่องจากจะเป็นการที่ฝ่ายตุลาการใช้อำนาจบริหารเสียเอง ซึ่งขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจ และการกำหนดให้คำสั่งศาลถือเป็นที่สุด อุทธรณ์และฎีกาไม่ได้ หรือควรให้มี “คณะกรรมการ” พิจารณาการแจ้งก่อนที่จะนำไปสู่ศาล เหมาะสมหรือไม่
๖. การกำหนดให้ผู้ใดประสงค์จะจัดการชุมนุมสาธารณะให้มีหนังสือแจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่าเจ็ดสิบสองชั่วโมง ได้สะท้อนให้เห็นถึงระบบการขออนุญาตจัดการชุมนุมมากกว่าการแจ้ง ซึ่งอาจทำให้เป็นการให้อำนาจดุลยพินิจแก่หัวหน้าสถานีตำรวจแห่งท้องที่นั้นหรือบุคคลอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนดให้เป็นผู้มีหน้าที่รับแจ้งการชุมนุมสาธารณะอย่างกว้างขวาง และระบบการขออนุญาตดังกล่าวอาจมีปัญหาว่าด้วยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ไม่มีการคำนึงถึงกรณี “การชุมนุมที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน” (มาตรา ๑๖)
๗. หากผู้จัดการชุมนุมเป็นคณะบุคคล ซึ่งผู้จัดการชุมนุมจะต้องอยู่ร่วมการชุมนุมสาธารณะตลอดระยะเวลาในการชุมนุม จะทำอย่างไร (มาตรา ๑๖ (๑)) มีการกำหนดให้ผู้จัดการชุมนุมต้องอยู่ร่วมการชุมนุมตลอดเวลาการชุมนุม
๘. ไม่มีการกำหนดความหมายของ “อาวุธ” เกี่ยวกับหน้าที่ของผู้ชุมนุม และข้อห้ามผู้ชุมนุมนำ “สารเสพติด” ไปในที่ชุมนุม (มาตรา ๑๗)
๙. การกำหนดหน้าที่ผู้ชุมนุมให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือคำสั่งด้วยวาจาเป็นการให้อำนาจเจ้าหน้าที่มากเกินไปหรือไม่ (มาตรา ๑๗)
๑๐. ไม่มีหลักประกันที่จะรับรองว่าเจ้าพนักงานจะใช้เครื่องมือควบคุมฝูงชนเป็นไปตามหลักสากล และการกำหนดให้เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรีในการใช้เครื่องมือควบคุมฝูงชนได้เป็นการให้อำนาจฝ่ายบริหารกว้างขวางเกินไปหรือไม่เพียงใด
สำหรับข้อสังเกตสำหรับร่างพระราชบัญญัตินี้ประการอื่น ๆ ได้แก่
๑.กฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะนี้จะบังคับใช้กับการชุมนุมในที่สาธารณะทุกประเภทไม่ใช่เฉพาะการชุมนุมในทางการเมืองเท่านั้น
๒.ร่างกฎหมายฉบับนี้ค่อนข้างมุ่งเน้นไปในเรื่องของความสะดวกของประชาชนในการใช้ที่สาธารณะโดยคำนึงถึงหลักสัดส่วน
๓. หากการชุมนุมที่ชอบด้วยกฎหมายเปลี่ยนไปเป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจะดำเนินการอย่างไร และหากปรากฏว่ามีกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งกระทำการไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะถือว่าการชุมนุมนั้นทั้งหมดไม่ชอบด้วยกฎหมายอันนำไปสู่การสลายการชุมนุมหรือไม่
๔.ไม่มีบทลงโทษแก่ผู้ขัดขวางการชุมนุมโดยชอบด้วยกฎหมาย
๕.ไม่มีบทลงโทษกับบุคคลที่จงใจให้ข้อมูลอันเป็นเท็จในการแจ้ง
๖.ไม่มีบทบัญญัติว่าด้วย “การสลายการชุมนุม” เพื่อความชัดเจนในการปฏิบัติของเจ้าพนักงานซึ่งถือว่าสำคัญมาก
๗.ควรมีหน่วยงานพิเศษเป็นการเฉพาะที่ไม่ใช่ทหาร หรือแม้กระทั่งตำรวจที่เป็นมืออาชีพเพื่อเข้ามาควบคุมสถานการณ์การชุมนุมหรือไม่อย่างไร
๘.หากต้องมีการให้ไปใช้บทบัญญัติของกฎหมายอื่น เช่น กฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กฎหมายว่าด้วยการบริหาราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือกฎอัยการศึก เป็นต้น บังคับใช้ ควรจะต้องให้มีการระบุบทบัญญัติให้อำนาจ (Transitional Provision) ด้วย เนื่องจากจะส่งผลในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะทั้งระบบ
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้มีประสบการณ์การชุมนุม
รัฐบาลที่ผ่านมาได้มีความพยายามที่จะผลักดันให้มีกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ แต่ก็ถูกพิจารณาว่าเป็นกฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และรัฐบาลปัจจุบันได้ยกร่างกฎหมายดังกล่าวกันอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้ เนื่องจากหากมีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายแล้วจะไม่สามารถใช้บังคับหรือปฏิบัติได้เพราะไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เป็นการลิดรอนสิทธิ เสรีภาพมากกว่าเป็นการสนับสนุนหรือเอื้ออำนวยประชาชนในการชุมนุม และขัดต่อรัฐธรรมนูญในหลายมาตรา เช่น การกำหนดให้มีหนังสือแจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่าเจ็ดสิบสองชั่วโมง เพราะไม่มีผู้นำหรือผู้จัดการชุมนุมใดจะเปิดเผยแผนการดำเนินการในการกดดันรัฐบาลตามข้อเรียกร้องของตนได้ และในทางปฏิบัติก็มีหลักปฏิบัติอยู่แล้วโดยมีการขอหรือแจ้งเป็นหนังสือ นอกจากนี้ ร่างกฎหมายฉบับนี้มีพื้นฐานมาจากการชุมนุมทางการเมืองเฉพาะแต่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหรือกลุ่มคนเสื้อเหลือง และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงเท่านั้น ซึ่งการชุมนุมสาธารณะนั้นไม่ได้มีเฉพาะแต่การชุมนุมทางการเมืองเท่านั้น ควรจำแนกประเภทการชุมนุม และมีกฎเกณฑ์กำหนดเป็นประเภท ๆ ไป
พันตำรวจโท เฉลิมชัย วงษ์เจียม สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง
กฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะควรมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองความสงบเรียบร้อยและระเบียบของสังคม และเป็นการอำนวยความสะดวกแก่การชุมนุมสาธารณะ แต่ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้เป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ หากใช้หลักการแก้ไขปัญหาจากต้นเหตุแห่งการชุมนุมจะเห็นได้ว่าสาเหตุของการชุมนุมนั้นเนื่องจากการเรียกร้องอันเนื่องมาจากปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน แต่รัฐจะเห็นว่าการชุมนุมเรียกร้องของประชาชนแต่ละครั้งนั้นมีเบื้องหลัง โดยใช้วิธีการจัดให้มีการเจรจาระหว่างผู้ประสบปัญหาและฝ่ายที่จะมาเป็นผู้แก้ปัญหานั้น ๆ จะได้ประโยชน์ทั้งฝ่ายรัฐและประชาชนผู้เดือดร้อน ดังนั้น ทุกรัฐบาลควรจะต้องรับฟังประชาชนในการชุมนุมเรียกร้องด้วยใจเปิดกว้าง และเห็นว่าพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้กำหนดควบคุมประชาชนมากกว่าที่จะกำหนดหน้าที่ของรัฐในการดำเนินการกับการชุมนุมสาธารณะ ดังนั้น จากประสบการณ์ที่ได้อยู่ในพื้นที่ที่มีการชุมนุมอยู่เป็นประจำ เห็นว่าถ้ารัฐบาลทุกรัฐบาลสามารถที่จะเอาใจใส่ต่อความรู้สึกของประชาชนแล้วบำบัดทุกข์บำรุงสุขด้วยการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วก็ไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะนี้
นางสาวสุวรรณา สมบัติรักษาสุข รองประธานสภาวิชาชีพ สมาคมวิทยุและโทรทัศน์ไทย และผู้อำนวยการสถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้มีลักษณะของเผด็จการแฝงอยู่ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ส่วนในฐานะสื่อสารมวลชนมีความเห็นว่าหากต้องมีกฎหมายออกมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการชุมนุม ควรกำหนดให้มีการคุ้มครองสิทธิและหน้าที่ของสื่อสารมวลชนรวมอยู่ด้วย เพราะเมื่อพิจารณาดูแล้วจะเห็นได้ว่า สื่อจะเป็นผู้ที่อยู่ในการชุมนุม สังเกตการณ์ และนำข้อเท็จจริงมาสื่อสารต่อสาธารณะ นอกจากนี้ เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้ถูกนำมาใช้ในการชุมนุมสาธารณะด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้ดาวเทียมเพื่อการสื่อสาร และกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะมีผลต่อภาคประชาสังคม จึงสมควรให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนก่อน
ศาสตราจารย์พิเศษสิทธิโชค ศรีเจริญ กรรมการปฏิรูปกฎหมาย
กฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะนี้มีเจตนารมณ์เพื่อกำหนดกรอบกติกาของผู้ที่เกี่ยวข้องสามฝ่าย ได้แก่ ผู้เข้าร่วมชุมนุม เจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ เพื่อให้การชุมนุมสาธารณะเป็นอย่างเรียบร้อย ไม่ใช่เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ซึ่งในรัฐธรรมนูญในมาตรา ๖๓ ได้กล่าวไว้ชัดเจนแล้วว่า การชุมนุมที่สงบและปราศจากอาวุธเป็นเสรีภาพของประชาชนทุกคน หากประชาชนผู้ชุมนุมสามารถใช้เสรีภาพในการชุมนุมในบริเวณที่รัฐจัดไว้ให้อย่างเป็นสัดส่วนโดยยึดหลักการชุมนุมที่สงบและปราศจากอาวุธเป็นพื้นฐาน เช่นนี้จะทำให้การชุมนุมสาธารณเป็นเสรีภาพของประชาชนอย่างแท้จริง
ที่ประชุมได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง สรุปสาระสำคัญรายบุคคลได้ดังนี้
นายวิชช์ จีรแพทย์ อธิบดีอัยการฝ่ายวิชาการ สำนักงานอัยการสูงสุด
ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้มีเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองสาธารณะและเพื่อความสงบเรียบร้อยของสังคมอย่างแท้จริง ดังนั้น จึงได้กำหนดให้มีระบบการแจ้งให้รัฐทราบล่วงหน้าก่อนที่จะจัดให้มีการชุมนุม สมประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย ไม่เป็นการจำกัดสิทธิและลิดรอนเสรีภาพของประชาชนอันจะเป็นประเด็นความสุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญตามที่มีการให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่ประการใด ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะนี้ได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบถึงหน้าที่ที่ต้องอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน และกฎหมายว่าด้วยการนี้นั้นจะไม่ทำให้รัฐต้องก้าวข้ามไปใช้กฎหมายว่าด้วยความมั่นคงและกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีระดับที่รุนแรงกว่า
นายวรัญชัย โชคชนะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง
ไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้ และเห็นว่าไม่ควรมีกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธาณะ อย่างไรก็ตาม ถ้าหากจะมีกฎหมายเช่นว่านี้ ก็ควรเป็นไปในลักษณะที่เป็นการอำนวยการหรือจัดระเบียบการชุมนุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เช่น กำหนดบริเวณหรือสถานที่สำหรับการชุมนุม โดยไม่มีความจำเป็นที่จะกำหนดหน้าที่ผู้ชุมนุมหรือผู้จัดการชุมนุมแจ้งต่อเจ้าหน้าที่เมื่อจะมีการชุมนุมเนื่องจากเป็นการสร้างภาระแก่ผู้ชุมนุมหรือผู้จัดการชุมนุม ทั้งนี้ ผู้ชุมนุมหรือผู้จัดการชุมนุมอาจบริหารจัดการกันเองโดยจัดให้มีการลงทะเบียนในการเข้าร่วมการชุมนุมแล้วแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบประเด็นที่เป็นเหตุแห่งการชุมนุมโดยให้เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ต้องเข้าไปเจรจาหรือแก้ปัญหาให้กับผู้ชุมนุมโดยเร็ว นอกจากนี้ มีความเห็นว่าการรับฟังความคิดเห็นในครั้งต่อไป เพื่อให้เกิดความสมดุลย์ในการอภิปรายให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น ควรที่จะเชิญผู้มีประสบการณ์ในการชุมนุมจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ด้วย
นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย
เห็นควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ แต่ควรพิจารณากรณีดังกล่าวนี้โดยรอบคอบ เช่น กฎหมายเช่นว่านั้นจะต้องไม่เป็นการจำกัดเสรีภาพโดยการห้ามหรือยับยั้งการชุมนุม แต่จะต้องเป็นการสนับสนุนการใช้เสรีภาพเช่นว่านั้นและจะต้องคุ้มครองผู้ชุมนุมด้วย การประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือกฎอัยการศึกในขณะที่มีการชุมนุม และการสลายการชุมนุมควรเป็นไปตามหลักหรือกติกาสากล นอกจากนี้ การไม่กำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมการชุมนุม ก็มีผลต่อการบังคับใช้กฎหมายนี้อย่างมีนัยสำคัญ เป็นต้น ทั้งนี้ ขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายในฐานะผู้จัดให้การรับฟังความคิดเห็นนี้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้พิจารณาและเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาต่อไปด้วย
อนึ่ง ได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมว่ากรณีหากมีประเด็นที่จะเกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรม ควรพิจารณาถึงผลด้วยว่ามีประโยชน์หรือไม่ เพียงใด โดยต้องไม่มุ่งเน้นที่ตัวบุคคลเป็นหลัก และได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับกรณีความเป็นกลางของสื่อมวชนว่า ในปัจจุบันนี้ สื่อมวลชนมีลักษณะเป็นสื่อด้านเดียวซึ่งประชาชนอาจไม่ได้รับข้อมูลที่เป็นกลางหรือตามความเป็นจริง
นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย
ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้เป็นกฎหมายที่มีลักษณะเป็นการห้ามการชุมนุมมากกว่า เพราะเป็นการเพิ่มภาระให้กับผู้ชุมนุมมากกว่าเป็นการสนับสนุนหรือเอื้ออำนวยประชาชน นอกจากนี้ ได้เสนอให้มีกระบวนการเจรจาระหว่างประชาชนผู้ร้องเรียนซึ่งได้รับความเดือดร้อนกับรัฐบาลหรือผู้ที่รับผิดชอบในปัญหานั้นๆ เพื่อแก้ปัญหาทันทีโดยเร็วและมีบทลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ไม่ทำหน้าที่ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในเชิงการป้องกันมิให้ไม่เป็นเหตุให้ก่อการชุมนุมขึ้น
ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์
ให้มีการจัดพื้นที่ให้กับผู้เข้าร่วมการชุมนุมโดยเฉพาะโดยไม่จำเป็นต้องตรากฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะนี้มาบังคับใช้หรือมีร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้ หากผู้ชุมนุมมีพื้นที่การชุมนุมเฉพาะ เช่น พื้นที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล และพื้นที่บริเวณรัฐสภา เป็นต้น จะเป็นเรื่องง่ายในการควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ และหากการชุมนุมนั้นสงบปราศจากอาวุธประชาชนก็มีสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญในมาตรา ๖๓ วรรคสอง
นายธีรวัจน์ นามดวง คณะอนุกรรมการสื่อสาธารณะเพื่อสิทธิมนุษยชน
ไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้ เพราะจะเป็นการเพิ่มภาระหน้าที่ให้กับผู้เข้าร่วมชุมนุมมากกว่าการเอื้ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และจะมีความสุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอว่าควรแบ่งแยกประเภทของการชุมนุมเป็นกรณีๆ ไป และมีกรอบกติกาที่แตกต่างกันไปแต่ละประเภทของการชุมนุม
นางสาววารุณี วัฒนประดิษฐ์ จากศาลปกครอง
ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้ ไม่ควรนิยามความหมายคำว่า “ศาล” ไว้ในมาตรา ๕ ว่าเป็นศาลแพ่งหรือศาลจังหวัดที่มีเขตอำนาจเหนือสถานที่ที่มีการชุมนุมสาธารณะเท่านั้น ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมอาจอยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครองเนื่องจากร่างพระราชบัญญัตินี้ได้กำหนดอำนาจของเจ้าหน้าที่ในการใช้ดุลยพินิจของหัวหน้าสถานีตำรวจแห่งท้องที่
http://gotoknow.org/blog/akrapong/373212
วันพฤหัสบดีที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๓
เวลา ๐๘.๓๐-๑๒.๓๐ น. ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๘.๓๐-๑๒.๓๐ น. คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอต่อร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) เกี่ยวกับการคุ้มครองเสรีภาพการชุมนุมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ และบทบาทของรัฐที่สอดคล้องกับการคุ้มครองเสรีภาพตามหลักสากล แล้วนำมาเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาให้ความเห็นต่อรัฐบาลและรัฐสภาต่อไป
ความเป็นมาของเวทีรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... โดยนายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ กรรมการปฏิรูปกฎหมาย และเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... ครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเวทีนโยบายสาธารณะ เรื่อง “การชุมนุมสาธารณะ: เสรีภาพที่ต้องการกรอบกติกา” ที่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันจัดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ณ ห้องประชุมแคทลียา โรงแรมรามาการ์เด้นท์ กรุงเทพมหานคร เนื่องจากคณะผู้จัดได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเสรีภาพ ของประชาชน ในอันที่จะรวมกลุ่มเพื่อชุมนุมและแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ภายใต้กรอบกติกาที่พอเหมาะพอดี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เข้าร่วมประชุม ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ ผู้มีประสบการณ์การชุมนุม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เกี่ยวกับความสำคัญและความจำเป็นที่ต้องมีกฎหมายนี้ ซึ่งได้นำร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๒ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาตามลำดับ มาเป็นส่วนหนึ่งในการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมประชุมด้วย
คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้นำความเห็นและข้อเสนอที่ได้จากเวทีดังกล่าวไปประกอบการเสนอบันทึกความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... ต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๓ และคณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบความเห็นและข้อเสนอแนะตามที่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเสนอ และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานด้านนิติบัญญัติประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... ต่อไปเมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓
จากการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... ดังกล่าวซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาและปรับปรุง จะพบว่ามีสาระสำคัญแตกต่างไปจากร่างพระราชบัญญัติฉบับที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๒ มากพอสมควร ในเชิงปริมาณจะเห็นได้ชัด คือ จาก ๑๒ มาตรา เพิ่มเป็น ๓๙ มาตรา ส่วนในเชิงเนื้อหาก็มีมิติที่ซับซ้อนมากขึ้น และคาดว่าร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... ดังกล่าวจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติหรือสภาผู้แทนราษฎรต่อไปในเร็ววันนี้
และเนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียมากมาย ได้แก่ ผู้ชุมนุม บุคคลทั่วไปที่ต้องการใช้ที่สาธารณะ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศาล ซึ่งร่างพระราชบัญญัตินี้ได้ให้ศาลศาลแพ่งมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในการออกคำสั่งให้เลิกการชุมนุม และการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดี
จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ได้ตระหนักถึงความสำคัญว่ากฎหมายดังกล่าวที่จะมีผลกระทบต่อสุขภาวะของประชาชนและสังคมโดยรวม จึงได้จัดโครงการรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... ขึ้นในกรุงเทพมหานครเป็นครั้งที่ ๑ ในวันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๓) และจะจัดในภูมิภาคต่าง ๆ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดระยอง จังหวัดสงขลา ตามลำดับต่อไป ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากสื่อสารมวลชน ได้แก่ สถานีโทรทัศน์ ช่อง ๙ อสมท. ที่ช่วยนำสารบนแห่งนี้เวทีไปยังผู้ชมและผู้ฟังทั่วประเทศ และคาดว่าจะร่วมเดินทางไปจัดทำรายการในภูมิภาคด้วย ทั้งนี้ ผลที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอต่อร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะในกรุงเทพมหานคร และภูมิภาคต่าง ๆ นี้ถือเป็นการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และสื่อมวลชน โดยคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะได้นำไปจัดทำความเห็นและจ้อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาต่อไป โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทุกฝ่าย และบทบาทของรัฐที่สอดคล้องกับการคุ้มครองเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และตามหลักสากล
คำกล่าวเปิดและปาฐกถานำ โดย ศาสตราจารย์ ดร. คณิต ณ นคร
ในการนี้ ศาสตราจารย์ ดร.คณิต ณ นคร ประธานกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้กล่าวเปิดและปาฐกถานำ สรุปได้ว่าจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตจนถึงปัจจุบัน มีความจำเป็นต้องมีกฎหมาย ว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ แต่ให้พิจารณาสาระของกฎหมายเป็นสำคัญยิ่งกว่ารูปแบบ สาระสำคัญของกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะนี้นั้น ก็เพื่อคุ้มครองประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ ซึ่งอนุวัตรการเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๖๓ วรรคสอง และได้กำหนดหน้าที่ของรัฐในการที่จะอำนวยความสะดวกแก่ผู้ชุมนุมสาธารณะ หากไม่มีกฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนก็อาจเกิดปัญหาว่ามาตรฐานการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ในแต่ละพื้นที่ไม่เสมอกัน ไม่เป็นผลดีต่อการคุ้มครองเสรีภาพในการชุมนุมสาธารณะของประชาชน นอกจากนี้ การให้สังคมสร้างวัฒนธรรมหรือธรรมเนียมปฏิบัติสำหรับการชุมนุมในที่สาธารณะที่เป็นมาตรฐานขึ้นเองนั้นจะต้องใช้เวลานาน จึงสมควรบัญญัติ เป็นกฎหมายให้ชัดแจ้ง
ประเด็นวิพากษ์ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (ร่างพระราชบัญญัติซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) ดำเนินรายการโดยนายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ กรรมการปฏิรูปกฎหมาย และเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ที่ประชุมได้กำหนดประเด็นการเริ่มต้นวิพากษ์ในเบื้องต้นในร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) ดังนี้
๑. การแจ้งล่วงหน้าเป็นหนังสือไม่น้อยกว่า ๗๒ ชั่วโมง
- กฎหมายให้ต้องแจ้งล่วงหน้าเป็นหนังสือ (ไม่ต้องขออนุญาต) ก่อนการชุมนุม ไม่น้อยกว่า ๗๒ ชั่วโมง โดยไม่มีข้อยกเว้น และหนังสือแจ้งต้องเป็นไปตามแบบ (มาตรา ๑๐)
- กรณีไม่อาจแจ้งล่วงหน้าเป็นหนังสือได้จะเปลี่ยนจาก “การแจ้งให้ทราบ” เป็น “การขออนุญาต” ซึ่งเปิดดุลพินิจให้เจ้าพนักงานกว้างมาก (มาตรา ๑๔)
- หากฝ่าฝืนชุมนุมก่อนได้รับอนุญาต จะถือเป็นการชุมนุมที่ “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” (มาตรา ๑๕)
๒. การให้องค์กรตุลาการเป็นผู้สั่งห้ามการชุมนุมแทนฝ่ายปกครอง (มาตรา ๑๔ วรรคท้าย มาตรา ๒๕)
- การสั่งห้ามและเลิกการชุมนุม เป็นหน้าที่ของฝ่ายปกครอง การที่กฎหมายกำหนดเป็นอำนาจหน้าที่ของศาล อาจขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจ
- โดยปกติแล้วหากมีความสงสัยถึงความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งการของ ฝ่ายปกครองจะถูกตรวจสอบโดยศาล
๓. ศาลที่มีเขตอำนาจ
- การให้ศาลแพ่งและศาลจังหวัดเป็นศาลที่วินิจฉัยคดีที่มีลักษณะเป็นเรื่องทางปกครอง (ระหว่างหน่วยงาน/เจ้าหน้าที่ของรัฐ กับผู้ชุมนุม)
- คำสั่งศาลชั้นต้นถือเป็นที่สุด อุทธรณ์ ฎีกาไม่ได้ (มาตรา ๑๔ วรรคท้าย มาตรา ๒๕ วรรคสาม)
๔. บทกำหนดโทษจำคุกผู้จัดการชุมนุมและผู้ชุมนุม กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติฯ ฉบับของรัฐบาล (หมวด ๕)
- การชุมนุมที่ถูกห้าม หรือฝ่าฝืนเงื่อนไขของกฎหมาย เป็นเรื่อง การขัดคำสั่ง ทางปกครอง (โทษปรับทางปกครอง) ไม่ควรเป็นโทษทางอาญา (โดยเฉพาะอย่างยิ่งโทษจำคุก)
๕. หากมีผู้ชุมุนมบางส่วนหรือมีผู้แอบแฝงเข้ามาในที่ชุมนุมกระทำผิดกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น จะถือว่าผู้ชุมนุมทั้งหมดกระทำผิดกฎหมายด้วยหรือไม่
โดย ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้นำเสนอประเด็นวิพากษ์ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) และผู้มีประสบการณ์เกี่ยวกับการชุมนุมในมิติต่าง ๆ ได้วิพากษ์ตามประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยผู้เข้าร่วมเวทีได้มีส่วนร่วมในการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งเวทีรับฟังความเห็นนี้ประกอบด้วยตัวแทนทุกภาคส่วนจำนวนประมาณ ๑๗๐ คน สรุปดังนี้
ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
มีข้อสังเกตสำหรับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ๒ ประการ คือ ประการแรก ปัญหาภายในร่างกฎหมายฉบับนี้ ได้แก่ ความไม่ชัดเจนของร่างกฎหมาย ความไม่ครอบคลุมของเนื้อหาในร่างกฎหมาย ความไม่เหมาะสมของกลไกการบังคับใช้กฎหมายบางประการ และความสุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ สำหรับประการที่สอง ปัญหาว่าด้วยการบังคับใช้ คือ ในการยกร่างกฎหมายนี้อาจไม่ได้มีการพิจารณากฎหมายฉบับอื่นที่เกี่ยวข้องกับการใช้เสรีภาพในการชุมนุมอย่างถี่ถ้วน
ปัญหาบางประเด็นร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) มีดังนี้
๑. ไม่มีการกำหนด “จำนวนคนขั้นต่ำ” ของผู้ชุมนุม (มาตรา ๕)
๒. “กีดขวางทางเข้าออกของสถานที่” (มาตรา ๘) นั้น “ทางเข้าออก” มีความหมายเพียงใด ควรกำหนดเป็นระยะทางเลยหรือไม่อย่างไร และควรกำหนดในลักษณะเป็นการ “ขัดขวางการดำเนินการ” หรือไม่ เนื่องจากการกีดขวางมีลักษณะของการจำกัดเสรีภาพมากกว่า
๓. ไม่มีการกำหนดคุณสมบัติให้ชัดเจนว่า ผู้ใดสามารถเป็น “ผู้จัดการชุมนุม” ได้บ้าง เช่น คนต่างชาติ และเยาวชน เป็นต้น (มาตรา ๕)
๔. ไม่มีการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับ “การแจ้งการชุมนุมสาธารณะ” เช่น รายละเอียดเบื้องต้นของหนังสือการแจ้ง และหน้าที่ของผู้รับแจงในการออกหลักฐานการรับแจ้งจากผู้จัดการการชุมนุม เป็นต้น (มาตรา ๑๐)
๕. ไม่เหมาะสมที่จะให้ศาลใช้อำนาจตุลาการในการพิจารณาคำขอให้มีคำสั่งให้ผู้ชุมนุมเลิกการชุมนุมสาธารณะเนื่องจากจะเป็นการที่ฝ่ายตุลาการใช้อำนาจบริหารเสียเอง ซึ่งขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจ และการกำหนดให้คำสั่งศาลถือเป็นที่สุด อุทธรณ์และฎีกาไม่ได้ หรือควรให้มี “คณะกรรมการ” พิจารณาการแจ้งก่อนที่จะนำไปสู่ศาล เหมาะสมหรือไม่
๖. การกำหนดให้ผู้ใดประสงค์จะจัดการชุมนุมสาธารณะให้มีหนังสือแจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่าเจ็ดสิบสองชั่วโมง ได้สะท้อนให้เห็นถึงระบบการขออนุญาตจัดการชุมนุมมากกว่าการแจ้ง ซึ่งอาจทำให้เป็นการให้อำนาจดุลยพินิจแก่หัวหน้าสถานีตำรวจแห่งท้องที่นั้นหรือบุคคลอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนดให้เป็นผู้มีหน้าที่รับแจ้งการชุมนุมสาธารณะอย่างกว้างขวาง และระบบการขออนุญาตดังกล่าวอาจมีปัญหาว่าด้วยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ไม่มีการคำนึงถึงกรณี “การชุมนุมที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน” (มาตรา ๑๖)
๗. หากผู้จัดการชุมนุมเป็นคณะบุคคล ซึ่งผู้จัดการชุมนุมจะต้องอยู่ร่วมการชุมนุมสาธารณะตลอดระยะเวลาในการชุมนุม จะทำอย่างไร (มาตรา ๑๖ (๑)) มีการกำหนดให้ผู้จัดการชุมนุมต้องอยู่ร่วมการชุมนุมตลอดเวลาการชุมนุม
๘. ไม่มีการกำหนดความหมายของ “อาวุธ” เกี่ยวกับหน้าที่ของผู้ชุมนุม และข้อห้ามผู้ชุมนุมนำ “สารเสพติด” ไปในที่ชุมนุม (มาตรา ๑๗)
๙. การกำหนดหน้าที่ผู้ชุมนุมให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือคำสั่งด้วยวาจาเป็นการให้อำนาจเจ้าหน้าที่มากเกินไปหรือไม่ (มาตรา ๑๗)
๑๐. ไม่มีหลักประกันที่จะรับรองว่าเจ้าพนักงานจะใช้เครื่องมือควบคุมฝูงชนเป็นไปตามหลักสากล และการกำหนดให้เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรีในการใช้เครื่องมือควบคุมฝูงชนได้เป็นการให้อำนาจฝ่ายบริหารกว้างขวางเกินไปหรือไม่เพียงใด
สำหรับข้อสังเกตสำหรับร่างพระราชบัญญัตินี้ประการอื่น ๆ ได้แก่
๑.กฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะนี้จะบังคับใช้กับการชุมนุมในที่สาธารณะทุกประเภทไม่ใช่เฉพาะการชุมนุมในทางการเมืองเท่านั้น
๒.ร่างกฎหมายฉบับนี้ค่อนข้างมุ่งเน้นไปในเรื่องของความสะดวกของประชาชนในการใช้ที่สาธารณะโดยคำนึงถึงหลักสัดส่วน
๓. หากการชุมนุมที่ชอบด้วยกฎหมายเปลี่ยนไปเป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจะดำเนินการอย่างไร และหากปรากฏว่ามีกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งกระทำการไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะถือว่าการชุมนุมนั้นทั้งหมดไม่ชอบด้วยกฎหมายอันนำไปสู่การสลายการชุมนุมหรือไม่
๔.ไม่มีบทลงโทษแก่ผู้ขัดขวางการชุมนุมโดยชอบด้วยกฎหมาย
๕.ไม่มีบทลงโทษกับบุคคลที่จงใจให้ข้อมูลอันเป็นเท็จในการแจ้ง
๖.ไม่มีบทบัญญัติว่าด้วย “การสลายการชุมนุม” เพื่อความชัดเจนในการปฏิบัติของเจ้าพนักงานซึ่งถือว่าสำคัญมาก
๗.ควรมีหน่วยงานพิเศษเป็นการเฉพาะที่ไม่ใช่ทหาร หรือแม้กระทั่งตำรวจที่เป็นมืออาชีพเพื่อเข้ามาควบคุมสถานการณ์การชุมนุมหรือไม่อย่างไร
๘.หากต้องมีการให้ไปใช้บทบัญญัติของกฎหมายอื่น เช่น กฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กฎหมายว่าด้วยการบริหาราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือกฎอัยการศึก เป็นต้น บังคับใช้ ควรจะต้องให้มีการระบุบทบัญญัติให้อำนาจ (Transitional Provision) ด้วย เนื่องจากจะส่งผลในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะทั้งระบบ
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้มีประสบการณ์การชุมนุม
รัฐบาลที่ผ่านมาได้มีความพยายามที่จะผลักดันให้มีกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ แต่ก็ถูกพิจารณาว่าเป็นกฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และรัฐบาลปัจจุบันได้ยกร่างกฎหมายดังกล่าวกันอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้ เนื่องจากหากมีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายแล้วจะไม่สามารถใช้บังคับหรือปฏิบัติได้เพราะไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เป็นการลิดรอนสิทธิ เสรีภาพมากกว่าเป็นการสนับสนุนหรือเอื้ออำนวยประชาชนในการชุมนุม และขัดต่อรัฐธรรมนูญในหลายมาตรา เช่น การกำหนดให้มีหนังสือแจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่าเจ็ดสิบสองชั่วโมง เพราะไม่มีผู้นำหรือผู้จัดการชุมนุมใดจะเปิดเผยแผนการดำเนินการในการกดดันรัฐบาลตามข้อเรียกร้องของตนได้ และในทางปฏิบัติก็มีหลักปฏิบัติอยู่แล้วโดยมีการขอหรือแจ้งเป็นหนังสือ นอกจากนี้ ร่างกฎหมายฉบับนี้มีพื้นฐานมาจากการชุมนุมทางการเมืองเฉพาะแต่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหรือกลุ่มคนเสื้อเหลือง และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงเท่านั้น ซึ่งการชุมนุมสาธารณะนั้นไม่ได้มีเฉพาะแต่การชุมนุมทางการเมืองเท่านั้น ควรจำแนกประเภทการชุมนุม และมีกฎเกณฑ์กำหนดเป็นประเภท ๆ ไป
พันตำรวจโท เฉลิมชัย วงษ์เจียม สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง
กฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะควรมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองความสงบเรียบร้อยและระเบียบของสังคม และเป็นการอำนวยความสะดวกแก่การชุมนุมสาธารณะ แต่ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้เป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ หากใช้หลักการแก้ไขปัญหาจากต้นเหตุแห่งการชุมนุมจะเห็นได้ว่าสาเหตุของการชุมนุมนั้นเนื่องจากการเรียกร้องอันเนื่องมาจากปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน แต่รัฐจะเห็นว่าการชุมนุมเรียกร้องของประชาชนแต่ละครั้งนั้นมีเบื้องหลัง โดยใช้วิธีการจัดให้มีการเจรจาระหว่างผู้ประสบปัญหาและฝ่ายที่จะมาเป็นผู้แก้ปัญหานั้น ๆ จะได้ประโยชน์ทั้งฝ่ายรัฐและประชาชนผู้เดือดร้อน ดังนั้น ทุกรัฐบาลควรจะต้องรับฟังประชาชนในการชุมนุมเรียกร้องด้วยใจเปิดกว้าง และเห็นว่าพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้กำหนดควบคุมประชาชนมากกว่าที่จะกำหนดหน้าที่ของรัฐในการดำเนินการกับการชุมนุมสาธารณะ ดังนั้น จากประสบการณ์ที่ได้อยู่ในพื้นที่ที่มีการชุมนุมอยู่เป็นประจำ เห็นว่าถ้ารัฐบาลทุกรัฐบาลสามารถที่จะเอาใจใส่ต่อความรู้สึกของประชาชนแล้วบำบัดทุกข์บำรุงสุขด้วยการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วก็ไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะนี้
นางสาวสุวรรณา สมบัติรักษาสุข รองประธานสภาวิชาชีพ สมาคมวิทยุและโทรทัศน์ไทย และผู้อำนวยการสถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้มีลักษณะของเผด็จการแฝงอยู่ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ส่วนในฐานะสื่อสารมวลชนมีความเห็นว่าหากต้องมีกฎหมายออกมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการชุมนุม ควรกำหนดให้มีการคุ้มครองสิทธิและหน้าที่ของสื่อสารมวลชนรวมอยู่ด้วย เพราะเมื่อพิจารณาดูแล้วจะเห็นได้ว่า สื่อจะเป็นผู้ที่อยู่ในการชุมนุม สังเกตการณ์ และนำข้อเท็จจริงมาสื่อสารต่อสาธารณะ นอกจากนี้ เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้ถูกนำมาใช้ในการชุมนุมสาธารณะด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้ดาวเทียมเพื่อการสื่อสาร และกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะมีผลต่อภาคประชาสังคม จึงสมควรให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนก่อน
ศาสตราจารย์พิเศษสิทธิโชค ศรีเจริญ กรรมการปฏิรูปกฎหมาย
กฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะนี้มีเจตนารมณ์เพื่อกำหนดกรอบกติกาของผู้ที่เกี่ยวข้องสามฝ่าย ได้แก่ ผู้เข้าร่วมชุมนุม เจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ เพื่อให้การชุมนุมสาธารณะเป็นอย่างเรียบร้อย ไม่ใช่เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ซึ่งในรัฐธรรมนูญในมาตรา ๖๓ ได้กล่าวไว้ชัดเจนแล้วว่า การชุมนุมที่สงบและปราศจากอาวุธเป็นเสรีภาพของประชาชนทุกคน หากประชาชนผู้ชุมนุมสามารถใช้เสรีภาพในการชุมนุมในบริเวณที่รัฐจัดไว้ให้อย่างเป็นสัดส่วนโดยยึดหลักการชุมนุมที่สงบและปราศจากอาวุธเป็นพื้นฐาน เช่นนี้จะทำให้การชุมนุมสาธารณเป็นเสรีภาพของประชาชนอย่างแท้จริง
ที่ประชุมได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง สรุปสาระสำคัญรายบุคคลได้ดังนี้
นายวิชช์ จีรแพทย์ อธิบดีอัยการฝ่ายวิชาการ สำนักงานอัยการสูงสุด
ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้มีเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองสาธารณะและเพื่อความสงบเรียบร้อยของสังคมอย่างแท้จริง ดังนั้น จึงได้กำหนดให้มีระบบการแจ้งให้รัฐทราบล่วงหน้าก่อนที่จะจัดให้มีการชุมนุม สมประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย ไม่เป็นการจำกัดสิทธิและลิดรอนเสรีภาพของประชาชนอันจะเป็นประเด็นความสุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญตามที่มีการให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่ประการใด ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะนี้ได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบถึงหน้าที่ที่ต้องอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน และกฎหมายว่าด้วยการนี้นั้นจะไม่ทำให้รัฐต้องก้าวข้ามไปใช้กฎหมายว่าด้วยความมั่นคงและกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีระดับที่รุนแรงกว่า
นายวรัญชัย โชคชนะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง
ไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้ และเห็นว่าไม่ควรมีกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธาณะ อย่างไรก็ตาม ถ้าหากจะมีกฎหมายเช่นว่านี้ ก็ควรเป็นไปในลักษณะที่เป็นการอำนวยการหรือจัดระเบียบการชุมนุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เช่น กำหนดบริเวณหรือสถานที่สำหรับการชุมนุม โดยไม่มีความจำเป็นที่จะกำหนดหน้าที่ผู้ชุมนุมหรือผู้จัดการชุมนุมแจ้งต่อเจ้าหน้าที่เมื่อจะมีการชุมนุมเนื่องจากเป็นการสร้างภาระแก่ผู้ชุมนุมหรือผู้จัดการชุมนุม ทั้งนี้ ผู้ชุมนุมหรือผู้จัดการชุมนุมอาจบริหารจัดการกันเองโดยจัดให้มีการลงทะเบียนในการเข้าร่วมการชุมนุมแล้วแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบประเด็นที่เป็นเหตุแห่งการชุมนุมโดยให้เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ต้องเข้าไปเจรจาหรือแก้ปัญหาให้กับผู้ชุมนุมโดยเร็ว นอกจากนี้ มีความเห็นว่าการรับฟังความคิดเห็นในครั้งต่อไป เพื่อให้เกิดความสมดุลย์ในการอภิปรายให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น ควรที่จะเชิญผู้มีประสบการณ์ในการชุมนุมจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ด้วย
นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย
เห็นควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ แต่ควรพิจารณากรณีดังกล่าวนี้โดยรอบคอบ เช่น กฎหมายเช่นว่านั้นจะต้องไม่เป็นการจำกัดเสรีภาพโดยการห้ามหรือยับยั้งการชุมนุม แต่จะต้องเป็นการสนับสนุนการใช้เสรีภาพเช่นว่านั้นและจะต้องคุ้มครองผู้ชุมนุมด้วย การประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือกฎอัยการศึกในขณะที่มีการชุมนุม และการสลายการชุมนุมควรเป็นไปตามหลักหรือกติกาสากล นอกจากนี้ การไม่กำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมการชุมนุม ก็มีผลต่อการบังคับใช้กฎหมายนี้อย่างมีนัยสำคัญ เป็นต้น ทั้งนี้ ขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายในฐานะผู้จัดให้การรับฟังความคิดเห็นนี้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้พิจารณาและเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาต่อไปด้วย
อนึ่ง ได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมว่ากรณีหากมีประเด็นที่จะเกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรม ควรพิจารณาถึงผลด้วยว่ามีประโยชน์หรือไม่ เพียงใด โดยต้องไม่มุ่งเน้นที่ตัวบุคคลเป็นหลัก และได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับกรณีความเป็นกลางของสื่อมวชนว่า ในปัจจุบันนี้ สื่อมวลชนมีลักษณะเป็นสื่อด้านเดียวซึ่งประชาชนอาจไม่ได้รับข้อมูลที่เป็นกลางหรือตามความเป็นจริง
นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย
ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้เป็นกฎหมายที่มีลักษณะเป็นการห้ามการชุมนุมมากกว่า เพราะเป็นการเพิ่มภาระให้กับผู้ชุมนุมมากกว่าเป็นการสนับสนุนหรือเอื้ออำนวยประชาชน นอกจากนี้ ได้เสนอให้มีกระบวนการเจรจาระหว่างประชาชนผู้ร้องเรียนซึ่งได้รับความเดือดร้อนกับรัฐบาลหรือผู้ที่รับผิดชอบในปัญหานั้นๆ เพื่อแก้ปัญหาทันทีโดยเร็วและมีบทลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ไม่ทำหน้าที่ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในเชิงการป้องกันมิให้ไม่เป็นเหตุให้ก่อการชุมนุมขึ้น
ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์
ให้มีการจัดพื้นที่ให้กับผู้เข้าร่วมการชุมนุมโดยเฉพาะโดยไม่จำเป็นต้องตรากฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะนี้มาบังคับใช้หรือมีร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้ หากผู้ชุมนุมมีพื้นที่การชุมนุมเฉพาะ เช่น พื้นที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล และพื้นที่บริเวณรัฐสภา เป็นต้น จะเป็นเรื่องง่ายในการควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ และหากการชุมนุมนั้นสงบปราศจากอาวุธประชาชนก็มีสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญในมาตรา ๖๓ วรรคสอง
นายธีรวัจน์ นามดวง คณะอนุกรรมการสื่อสาธารณะเพื่อสิทธิมนุษยชน
ไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้ เพราะจะเป็นการเพิ่มภาระหน้าที่ให้กับผู้เข้าร่วมชุมนุมมากกว่าการเอื้ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และจะมีความสุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอว่าควรแบ่งแยกประเภทของการชุมนุมเป็นกรณีๆ ไป และมีกรอบกติกาที่แตกต่างกันไปแต่ละประเภทของการชุมนุม
นางสาววารุณี วัฒนประดิษฐ์ จากศาลปกครอง
ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้ ไม่ควรนิยามความหมายคำว่า “ศาล” ไว้ในมาตรา ๕ ว่าเป็นศาลแพ่งหรือศาลจังหวัดที่มีเขตอำนาจเหนือสถานที่ที่มีการชุมนุมสาธารณะเท่านั้น ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมอาจอยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครองเนื่องจากร่างพระราชบัญญัตินี้ได้กำหนดอำนาจของเจ้าหน้าที่ในการใช้ดุลยพินิจของหัวหน้าสถานีตำรวจแห่งท้องที่
http://gotoknow.org/blog/akrapong/373212
จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์ มหกรรมวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2553 วันที่ 7-22 สิงหาคมนี้
มหกรรมวิทย์ '53
ตารางการเรียนการสอน ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2553
ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติ กรุงเทพ ไบเทค
จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์ มหกรรมวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2553 วันที่ 7-22 สิงหาคมนี้ ---------------------------------
วันเสาร์ ที่ 14 สิงหาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 14.30 น. สอนโดย อ.สถาพร เรื่อง พลังงานชีวิต ------...---------------------------
วันอาทิตย์ ที่ 15 สิงหาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 10.30 น.และ เวลา 14.00 – 14.30 น. สอนโดย อ.สง่า ทรัพย์เฮง เรื่อง แมลงไฟฟ้า เวลา 11.00 – 11.30 น.และ 13.00 – 13.30 น.สอนโดย อ.เจษฏา เนตรสว่างวิชา + ผช. เรื่อง ทดสอบสารฟอร์มาลิน โดยสารสกัดจากยอดพืช --------------------------------- วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 10.30 น. สอนโดย อ.ปิยะมาศ จาก ม. มศว. เรื่อง มอร์เตอร์อย่างง่าย เวลา 11.00 – 11.30 น. สอนโดย อ.ปิยะมาศ และ อ.นภาพร เรื่อง ขวดเป่าลูกโป่ง เวลา 13.00 – 13.30 น. สอนโดย อ.ปิยะมาศ เรื่อง น้ำดื่มแปลงกาย เวลา 14.00 – 14.30 น.สอนโดย อ.ปิยะมาศ เรื่อง น้ำมหัศจรรย์ ---------------------------------
วันอังคาร ที่ 17 สิงหาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 14.30 น. สอนโดย Mad Science เรื่อง น้ำแข็งแห้งแผงฤทธิ์ ---------------------------------
วันพุธ ที่ 18 สิงหาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 14.30 น. สอนโดย Mad Science เรื่อง หินและแร่ ---------------------------------
วันพฤหัส ที่ 19 สิงหาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 10.30 น. สอนโดย อ.ปิยะมาศ จาก ม. มศว. เรื่อง มอร์เตอร์อย่างง่าย เวลา 11.00 – 11.30 น. สอนโดย อ.ปิยะมาศ เรื่อง ขวดเป่าลูกโป่ง เวลา 13.00 – 13.30 น. สอนโดย อ.ปิยะมาศ เรื่อง น้ำดื่มแปลงกาย เวลา 14.00 – 14.30 น.สอนโดย อ.ปิยะมาศ เรื่อง น้ำมหัศจรรย์ ---------------------------------
วันศุกร์ ที่ 20 สิงหาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 14.30 น. สอนโดย อ.ปิ่นศักดิ์ ชุมเกษียน + ผช. เรื่อง สนุกกับแสงสะท้อน ---------------------------------
วันเสาร์ ที่ 21 สิงหาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 14.30 น. สอนโดย อ.สถาพร เรื่อง พลังงานชีวิต ---------------------------------
วันอาทิตย์ ที่ 22 สิงหาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 14.30 น. สอนโดย อ.เฉลิมชัย วัดเข้าหลาม “ มหัศจรรย์แห่งแสง” * เวลา 12.00 – 13.00 น. ของทุกวัน พักเบรคค่ะ
โดย: thaiteachers.tv
ตารางการเรียนการสอน ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2553
ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติ กรุงเทพ ไบเทค
จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์ มหกรรมวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2553 วันที่ 7-22 สิงหาคมนี้ ---------------------------------
วันเสาร์ ที่ 14 สิงหาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 14.30 น. สอนโดย อ.สถาพร เรื่อง พลังงานชีวิต ------...---------------------------
วันอาทิตย์ ที่ 15 สิงหาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 10.30 น.และ เวลา 14.00 – 14.30 น. สอนโดย อ.สง่า ทรัพย์เฮง เรื่อง แมลงไฟฟ้า เวลา 11.00 – 11.30 น.และ 13.00 – 13.30 น.สอนโดย อ.เจษฏา เนตรสว่างวิชา + ผช. เรื่อง ทดสอบสารฟอร์มาลิน โดยสารสกัดจากยอดพืช --------------------------------- วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 10.30 น. สอนโดย อ.ปิยะมาศ จาก ม. มศว. เรื่อง มอร์เตอร์อย่างง่าย เวลา 11.00 – 11.30 น. สอนโดย อ.ปิยะมาศ และ อ.นภาพร เรื่อง ขวดเป่าลูกโป่ง เวลา 13.00 – 13.30 น. สอนโดย อ.ปิยะมาศ เรื่อง น้ำดื่มแปลงกาย เวลา 14.00 – 14.30 น.สอนโดย อ.ปิยะมาศ เรื่อง น้ำมหัศจรรย์ ---------------------------------
วันอังคาร ที่ 17 สิงหาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 14.30 น. สอนโดย Mad Science เรื่อง น้ำแข็งแห้งแผงฤทธิ์ ---------------------------------
วันพุธ ที่ 18 สิงหาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 14.30 น. สอนโดย Mad Science เรื่อง หินและแร่ ---------------------------------
วันพฤหัส ที่ 19 สิงหาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 10.30 น. สอนโดย อ.ปิยะมาศ จาก ม. มศว. เรื่อง มอร์เตอร์อย่างง่าย เวลา 11.00 – 11.30 น. สอนโดย อ.ปิยะมาศ เรื่อง ขวดเป่าลูกโป่ง เวลา 13.00 – 13.30 น. สอนโดย อ.ปิยะมาศ เรื่อง น้ำดื่มแปลงกาย เวลา 14.00 – 14.30 น.สอนโดย อ.ปิยะมาศ เรื่อง น้ำมหัศจรรย์ ---------------------------------
วันศุกร์ ที่ 20 สิงหาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 14.30 น. สอนโดย อ.ปิ่นศักดิ์ ชุมเกษียน + ผช. เรื่อง สนุกกับแสงสะท้อน ---------------------------------
วันเสาร์ ที่ 21 สิงหาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 14.30 น. สอนโดย อ.สถาพร เรื่อง พลังงานชีวิต ---------------------------------
วันอาทิตย์ ที่ 22 สิงหาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 14.30 น. สอนโดย อ.เฉลิมชัย วัดเข้าหลาม “ มหัศจรรย์แห่งแสง” * เวลา 12.00 – 13.00 น. ของทุกวัน พักเบรคค่ะ
โดย: thaiteachers.tv
วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
Facebook | A Vipar Daomanee: the 6th Oct 1976 bloodbath and the C.P.T.
Facebook | A Vipar Daomanee: the 6th Oct 1976 bloodbath and the C.P.T.
the 6th Oct 1976 bloodbath and the C.P.T.
แบ่งปัน
A Vipar Daomanee: the 6th Oct 1976 bloodbath and the C.P.T.
วันนี้ เวลา 14:01
The blood-stained shadow of the ruling class massacre of students on the 6th October 1976 and the subsequent collapse of the Communist Party still have important effects on modern Thai politics. This massacre marked the start of the eradication of the Thai Left from both official history and present day formal politics. The process was completed after the collapse of the Communist Party in the mid 1980s. The manner in which ex-Left-wing activists have been rehabilitated back into society after the 6th October, has paved the way for gradual democratic reforms, in a form which does not challenge the real power and privilege of the ruling elite. The result is a corrupt parliamentary system devoid of any socialist politics. This chapter presents details of the 6th October massacre, provides a Marxist critique of the Communist Party and examines the present day implications and lessons from the collapse of the Left in that period.
http://www.2519.net/autopage/show_page.php?t=4&s_id=3&d_id=3
http://www.2519.net/autopa
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



